version 4.1.0

ติดตั้ง Phalcon บน DigitalOcean.Com

  อังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558 เวลา 08:59:06 น.      2,202 ครั้ง


ติดตั้ง Phalcon บน DigitalOcean.Com

แนะนำ

บทความเขียนไว้สำหรับผู้ที่กำลังจะใช้บริการ VPS Cloud ของ digitalocean.com และ กำลังจะใช้ Phalcon Framework พัฒนาเว็บไซต์อยู่ บทความนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเนื่องจากตอนนี้ DriveSoftCenter.Net กำลังจะใช้ Phalcon Framework ในการขับเคลื่อนเว็บไซต์เวอร์ชั่นนี้อยู่ มาเริ่มขั้นตอนการติดตั้ง Web Server กันเลยดีกว่า

บทนี้มีอะไรบ้าง

  1. ตอนที่ 1 เตรียมความพร้อม ก่อนการติดตั้ง Web Server
  2. ตอนที่ 2 การสร้าง Droplet บน VPS Cloud ของ DigitalOcean.Com
  3. ตอนที่ 3 เชื่อมต่อ Server ด้วย SSH โดยใช้โปรแกรม putty.exe
  4. ตอนที่ 4 อัพเดทข้อมูล Server ก่อน (กรณีเข้าใช้งานครั้งแรก)
  5. ตอนที่ 5 ติดตั้ง Apache2 เพิ่อใช้เป็น Web Server
  6. ตอนที่ 6 ติดตั้ง PHP5.5 ลงบน Apache2 Ubuntu (Web Server)
  7. ตอนที่ 7 ติดตั้ง MySQL ใช้สำหรับเป็น Database Server
  8. ตอนที่ 8 เปิดใช้งาน mod rewrite บน Apache2 Ubuntu (Web Server)
  9. ตอนที่ 9 ติดตั้ง PHPMYADMIN บน Apache2 Ubuntu (Web Server)
  10. ตอนที่ 10 ติดตั้ง github.com บน Apache2 Ubuntu (Web Server)
  11. ตอนที่ 11 ติดตั้ง Phalcon Framework บน Apache2 Ubuntu (Web Server)
  12. ตอนที่ 12 ติดตั้ง PHP Composer บน Apache2 Ubuntu (Web Server)

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 1 | รูปภาพตัวอย่าง

เข้าไปที่ https://cloud.digitalocean.com/login และกรอกข้อมูล เพื่อใช้เข้าสู่ระบบ VPS Cloud

หน้าแรกของ VPS Cloud ของ DigitalOcean.Com

หน้าแรกของ VPS Cloud ของ DigitalOcean.Com

รูปภาพที่ 2 | หน้าแรกของ VPS Cloud ของ DigitalOcean.Com



หน้าแรกของ VPS Cloud ของ DigitalOcean.Com

หน้าแรกของ VPS Cloud ของ DigitalOcean.Com

รูปภาพที่ 3 | หน้าแรกของ VPS Cloud ของ DigitalOcean.Com

คลิกปุ่ม Create Droplet สีเขียว (ด้านขวามือ กรณี ยังไม่เคยสร้าง Droplet มาก่อน)

สร้าง Droplet บน VPS Cloud

สร้าง Droplet บน VPS Cloud

รูปภาพที่ 4 | สร้าง Droplet บน VPS Cloud

กรอกชื่อ Droplet (ตามความต้องการของเรา) และ เลือกขนาด (Size) ที่ต้องการใช้บริการ (ตัวอย่างผมเลือก RAM 512MB 1 CPU 20GB เพื่อใช้สำหรับการเขียนบทความนี้ขึ้นมาเฉย ๆ หากเราต้องการใช้งานจริง ผมแนะนำ RAM 1GB 1 CPU 30GB ขึ้นไป น่าจะเหมาะสมกว่า) จากนั้น เลือนเมาส์ลงมา

เลือก Region ที่ใช้เก็บข้อมูลเว็บของเรา

เลือก Region ที่ใช้เก็บข้อมูลเว็บของเรา

รูปภาพที่ 5 | เลือก Region ที่ใช้เก็บข้อมูลเว็บของเรา

คลิกเลือก Region หรือ Server ที่เก็บข้อมูลเว็บของเราไว้ แนะนำให้เลือก Singapore 1 เพราะใกล้ประเทศไทยมากที่สุด เราจะได้ทั้งความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์ได้ดีกว่า Region อื่น ๆ

เลือก Image หรือ OS สำหรับใช้รัน Server

เลือก Image หรือ OS สำหรับใช้รัน Server

รูปภาพที่ 6 | เลือก Image หรือ OS สำหรับใช้รัน Server

คลิกเลือก Server เป็น UBUNTU 14.04 x64 bit ตามตัวอย่างได้เลย (หรือเลือกได้ตามความถนัดของแต่ละคนได้เลย ครับ)

สร้าง Droplet

สร้าง Droplet

รูปภาพที่ 7 | สร้าง Droplet

คลิกปุ่ม Create Droplet สีเขียว ได้เลย

ระบบกำลังสร้าง Droplet ให้เรา

ระบบกำลังสร้าง Droplet ให้เรา

รูปภาพที่ 8 | ระบบกำลังสร้าง Droplet ให้เรา

ระบบจะใช้เวลาในการสร้าง Droplet ประมาณไม่เกิน 60 วินาที / 1 นาที เมื่อสร้าง Droplet สำเร็จ ระบบจะส่งข้อมูล IP Address Username และ Password ให้เรา ไปยังอีเมล์ที่เราใช้ในการล๊อกอินเข้าสู่ระบบ VPS Cloud ของ DigitalOcean.Com

สร้าง Droplet ชื่อว่า DriveSoftCenter.Net สำเร็จแล้ว

สร้าง Droplet ชื่อว่า DriveSoftCenter.Net สำเร็จแล้ว

รูปภาพที่ 9 | สร้าง Droplet ชื่อว่า DriveSoftCenter.Net สำเร็จแล้ว

หลังทำรายการสำเร็จ เราจะได้ IP Address และ รายละเอียดของ สเปกของ Server ตามตัวอย่างด้านบนนี้ครับ

ข้อมูลที่ระบบส่งเข้า E-Mail ของเรา

ข้อมูลที่ระบบส่งเข้า E-Mail ของเรา

รูปภาพที่ 10 | ข้อมูลที่ระบบส่งเข้า E-Mail ของเรา

ข้อมูล IP Address Username และ Password จะถูกส่งให้เราทาง E-Mail หลังการสร้าง Droplet สำเร็จแล้ว



ดาวโหลดโปรแกรม putty.exe สำหรับ Windows x86 / 32 bit

ดาวโหลดโปรแกรม putty.exe สำหรับ Windows x86 / 32 bit

รูปภาพที่ 11 | ดาวโหลดโปรแกรม putty.exe สำหรับ Windows x86 / 32 bit

เข้าไปดาวโหลดโปรแกรม PuTTY ที่ เว็บไซต์นี้ http://www.chiark.greenend.org.uk ได้เลย ตามลิ้งค์รูปภาพด้านบนนี้

โปรแกรม PuTTy.exe เวอร์ชั่น Windows

โปรแกรม PuTTy.exe เวอร์ชั่น Windows

รูปภาพที่ 12 | โปรแกรม PuTTy.exe เวอร์ชั่น Windows

กรอกข้อมูล IP Address และ Post:22 ที่ระบบส่งให้เราทาง E-Mail นำมากรอกข้อมูลในโปรแกรม putty.exe นี้ ตามตัวอย่างจากรูปด้านบนได้เลย

เข้าใช้งานโปรแกรม PuTTy.exe เวอร์ชั่น Windows

เข้าใช้งานโปรแกรม PuTTy.exe เวอร์ชั่น Windows

รูปภาพที่ 13 | เข้าใช้งานโปรแกรม PuTTy.exe เวอร์ชั่น Windows

ให้เรากดปุ่ม YES (ใช่) ดังรูปด้านบนนี้

เข้าสู่โหมด Server ด้วย IP Address

เข้าสู่โหมด Server ด้วย IP Address

รูปภาพที่ 14 | เข้าสู่โหมด Server ด้วย IP Address

กรอก Username (ส่วนใหญ่จะเป็น root ทั้งหมด) และ Password (ระบบจะสุ่มมาให้เรา) ที่เราได้รับจาก E-Mail

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 15 | รูปภาพตัวอย่าง

เมื่อเราเข้าใช้งาน IP Address นี้ครั้งแรก ระบบจะบังคับให้เราต้องเปลี่ยน Password ใหม่ โดยอัตโนมัติ (ไม่เปลี่ยนไม่เได้ เพราะระบบบังคับให้ต้องเปลี่ยน Password ในครั้งแรกเสมอ)

อธิบายเพิ่มเติม

  • root@128.xxx.xxx.8's password | กรอก Password ที่ได้จาก E-Mail ครั้งที่ 1
  • (current) UNIX password | กรอก Password (ยืนยัน) ที่ได้จาก E-Mail ครั้งที่ 2
  • Enter new UNIX password | กรอก Password ใหม่ ที่เราต้องการ (ต้องมีตัวเลขและตัวอักษรอยู่ร่วมด้วย) ครั้งที่ 1
  • Retype new UNIX password | กรอก Password ใหม่ (ยืนยัน) ที่เราต้องการ (ต้องมีตัวเลขและตัวอักษรอยู่ร่วมด้วย) ครั้งที่ 2


รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 16 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอกข้อมูล Username และ Password หากสำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 17 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง apt-get update && apt-get upgrade เพื่อ Update และ Upgrade ตัว Server ให้ดูใหม่อยู่เสมอ หากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 18 | รูปภาพตัวอย่าง

Update และ Upgrade ตัว Server สำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย



รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 19 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอกข้อมูล Username และ Password หากสำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

หากล๊อกอินเข้าสู่ระบบ Command Line แล้ว ก็ไม่ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 20 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง apt-get install apache2 เพื่อติดตั้งโปรแกรม Apache2 ไว้ใช้สำหรับเป็น Web Server ให้กับเว็บไซต์ของเรา หากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 21 | รูปภาพตัวอย่าง

ติดตั้งโปรแกรม Apache2 สำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 22 | รูปภาพตัวอย่าง

ทดสอบการติดตั้งโปรแกรม Apache2 โดยกรอก IP Address (128.xxx.xxx.8) ของเราลงบน Web Browser และกด Enter หากติดตั้งสำเร็จ จะแสดงผลดังรูปตัวอย่างด้านบนนี้



รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 23 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอกข้อมูล Username และ Password หากสำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

หากล๊อกอินเข้าสู่ระบบ Command Line แล้ว ก็ไม่ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 24 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง apt-get install php5 เพื่อติดตั้ง PHP เวอร์ชั่น 5 (5.5.9) เพื่อใช้รันไฟล์เว็บไซต์ที่เป็นภาษา .php ของเว็บไซต์ หากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 25 | รูปภาพตัวอย่าง

ติดตั้ง PHP5 เพื่อใช้รันไฟล์ .php ของเว็บไซต์เราสำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 26 | รูปภาพตัวอย่าง

ลำดับที่ 1 การติดตั้งตัวเสริมของภาษา PHP ที่จำเป็น พิมพ์คำสั่ง apt-get install php5-mcrypt หากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 27 | รูปภาพตัวอย่าง

ติดตั้งตัวเสริมของภาษา PHP ลำดับที่ 1 ที่จำเป็น สำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 28 | รูปภาพตัวอย่าง

ลำดับที่ 2 การติดตั้งตัวเสริมของภาษา PHP ที่จำเป็น พิมพ์คำสั่ง apt-get install libapache2-mod-php5 libpcre3-dev หากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 29 | รูปภาพตัวอย่าง

ติดตั้งตัวเสริมของภาษา PHP ลำดับที่ 2 ที่จำเป็น สำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 30 | รูปภาพตัวอย่าง

ลำดับที่ 3 การติดตั้งตัวเสริมของภาษา PHP ที่จำเป็น พิมพ์คำสั่ง apt-get install unzip curl openssl หากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 31 | รูปภาพตัวอย่าง

ติดตั้งตัวเสริมของภาษา PHP ลำดับที่ 3 ที่จำเป็น สำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 32 | รูปภาพตัวอย่าง

สร้างไฟล์สำหรับทดสอบการติดตั้ง PHP และตัวเสริม PHP ต่าง ๆ โดยเราใช้คำสั่ง nano /var/www/html/info.php ดังรูป

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 33 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง <?php phpinfo(); ?> ตามตัวอย่างรูปภาพด้านบน และ 1) กด Ctrl + O 2) กดปุ่ม Enter และ 3) กดปุ่ม Ctrl + X เป็นอันสร้างไฟล์ทดสอบสำเร็จแล้ว

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 34 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง Restart Web Server 1 ครั้ง โดยใช้คำสั่ง service apache2 restart ดังรูปภาพตัวอย่างด้านบนนี้

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 35 | รูปภาพตัวอย่าง

ทดสอบการติดตั้ง PHP และตัวเสริม PHP ต่าง ๆ โดยกรอก URL เป็น 128.xxx.xxx.8/info.php ของเราลงบน Web Browser และกด Enter หากติดตั้งสำเร็จ จะแสดงผลดังรูปตัวอย่างด้านบนนี้



รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 36 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอกข้อมูล Username และ Password หากสำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

หากล๊อกอินเข้าสู่ระบบ Command Line แล้ว ก็ไม่ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 37 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง apt-get install mysql-server เพื่อติดตั้ง MySQL ใช้สำหรับเป็น Database Server หากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 38 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอก Password ให้กับ User root ใช้สำหรับเข้าใช้งาน Database Server กด Tab 1 ครั้งให้ cursor ไปอยู่ที่ (สีแดง) และกด Enter

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 39 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอก Password (ยืนยัน) ให้กับ User root ใช้สำหรับเข้าใช้งาน Database Server กด Tab 1 ครั้งให้ cursor ไปอยู่ที่ (สีแดง) และกด Enter

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 40 | รูปภาพตัวอย่าง

ติดตั้ง MySQL ใช้สำหรับเป็น Database Server สำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 41 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง apt-get install php5-mysql เพื่อติดตั้ง MySQL ให้ทำงานร่วมกับ PHP5 หากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 42 | รูปภาพตัวอย่าง

ติดตั้ง MySQL ให้ทำงานร่วมกับ PHP5 สำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 43 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง Restart Web Server 1 ครั้ง โดยใช้คำสั่ง service apache2 restart ดังรูปภาพตัวอย่างด้านบนนี้



รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 44 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอกข้อมูล Username และ Password หากสำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

หากล๊อกอินเข้าสู่ระบบ Command Line แล้ว ก็ไม่ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 45 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง sudo a2enmod rewrite เพื่อ เปิดใช้งาน mod rewrite บน Apache2 Ubuntu (Linux) และหากสำเร็จ ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 46 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง cd /etc/apache2/sites-available/000-default.conf [ENTER] และพิมพ์คำสั่งตามรูปด้านบนนี้ และ 1) กด Ctrl + O 2) กดปุ่ม Enter และ 3) กดปุ่ม Ctrl + X เพื่อ บันทึกการตั้งค่าการเปิดใช้งาน mod rewrite บน Apache2 Ubuntu (Linux)

แนะนำคำสั่ง "ขั้นสูง"

 <Directory "/var/www/html">
    Options Indexes FollowSymLinks MultiViews
    # AllowOverride All
    AllowOverride FileInfo
    Order allow,deny
    allow from all
</Directory>

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 47 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง Restart Web Server 1 ครั้ง โดยใช้คำสั่ง service apache2 restart ดังรูปภาพตัวอย่างด้านบนนี้



รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 48 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอกข้อมูล Username และ Password หากสำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

ให้เราทดลองกรอกรหัสผ่านที่เราทำการตั้งค่าล่าสุดด้านบนนี้ลงไป

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 49 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง apt-get install phpmyadmin apache2-utils เพื่อ ติดตั้ง PHPMYADMIN บน Apache2 Ubuntu (Linux) หากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 50 | รูปภาพตัวอย่าง

เลือก Web Server ที่ต้องการติดตั้ง ให้เราเลือก Apache2 ดังรุปด้านบน กด Tab 1 ครั้งให้ cursor ไปอยู่ที่ (สีแดง) และกด Enter

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 51 | รูปภาพตัวอย่าง

กด Tab เพื่อให้ cursor ไปอยู่ที่ (สีแดง) และกด Enter เพื่อเข้าสู่โหมดการตั้งค่า PHPMYADMIN ดังรูปด้านบนนี้

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 52 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอก Password ให้กับ User Administrative ใช้สำหรับเข้าใช้งาน PHPMYADMIN กด Tab 1 ครั้งให้ cursor ไปอยู่ที่ (สีแดง) และกด Enter

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 53 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอก Password ให้กับ Web Application ใช้สำหรับเข้าใช้งาน PHPMYADMIN กด Tab 1 ครั้งให้ cursor ไปอยู่ที่ (สีแดง) และกด Enter

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 54 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอก Password (ยืนยีน) ให้กับ Web Application ใช้สำหรับเข้าใช้งาน PHPMYADMIN กด Tab 1 ครั้งให้ cursor ไปอยู่ที่ (สีแดง) และกด Enter

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 55 | รูปภาพตัวอย่าง

ติดตั้ง PHPMYADMIN บน Apache2 Ubuntu (Linux) สำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 56 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง nano /etc/apache2/apache2.conf เพื่อ ตั้งค่าให้กับ PHPMYADMIN

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 57 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์เติมคำสั่ง Include /etc/phpmyadmin/apache.conf ลงไป และ 1) กด Ctrl + O 2) กดปุ่ม Enter และ 3) กดปุ่ม Ctrl + X เพื่อ ตั้งค่าให้กับ PHPMYADMIN

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 58 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง nano /etc/phpmyadmin/apache.conf เพื่อ ตั้งค่าให้กับ PHPMYADMIN

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 59 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์เติมคำสั่ง AllowOverride All ลงไป และ 1) กด Ctrl + O 2) กดปุ่ม Enter และ 3) กดปุ่ม Ctrl + X เพื่อ ตั้งค่าให้กับ PHPMYADMIN

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 60 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง nano /usr/share/phpmyadmin/.htaccess เพื่อ ตั้งค่าให้กับ PHPMYADMIN

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 61 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์เติมคำสั่ง ตามรูปภาพตัวอย่าง ลงไป และ 1) กด Ctrl + O 2) กดปุ่ม Enter และ 3) กดปุ่ม Ctrl + X เพื่อ ตั้งค่าให้กับ PHPMYADMIN

ตัวอย่างคำสั่ง .htaccess

 AuthType Basic
AuthName "Administration"
AuthUserFile /etc/apache2/.phpmyadmin.htpasswd
Require valid-user
                            

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 62 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง sudo htpasswd -c /etc/apache2/.phpmyadmin.htpasswd [username] (Username ตั้งได้ตามความต้องการของเรา จากตัวอย่างผมตั้งเป็น root)

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 63 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอกข้อมูล Password กดปุ่ม Enter และ กรอกข้อมูล Password (ยืนยัน) กดปุ่ม Enter หากสำเร็จ จะแสดงผลดังรูปภาพด้านบน

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 64 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง Restart Web Server 1 ครั้ง โดยใช้คำสั่ง service apache2 restart ดังรูปภาพตัวอย่างด้านบนนี้

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 65 | รูปภาพตัวอย่าง

ทดสอบการติดตั้ง PHPMYADMIN โดยกรอก URL เป็น 128.xxx.xxx.8/phpmyadmin ของเราลงบน Web Browser และกด Enter หากติดตั้งสำเร็จ จะแสดงผลดังรูปตัวอย่างด้านบนนี้

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 66 | รูปภาพตัวอย่าง

ทดสอบ กรอกข้อมูล Username และ Password เพื่อเข้าใช้ PHPMYADMIN และกด Enter

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 67 | รูปภาพตัวอย่าง

ทดสอบการใช้งาน PHPMYADMIN หสกสำเร็จ จะแสดงผลดังรูปตัวอย่างด้านบนนี้



รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 68 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอกข้อมูล Username และ Password หากสำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

หากล๊อกอินเข้าสู่ระบบ Command Line แล้ว ก็ไม่ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 69 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง apt-get install python-software-properties เพื่อ ติดตั้ง github.com บน Apache2 Ubuntu (Linux) หากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 70 | รูปภาพตัวอย่าง

ติดตั้ง github.com บน Apache2 Ubuntu (Linux) สำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 71 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง apt-get install git-core gcc autoconf make เพื่อ ติดตั้งระบบ Git ของ GitHub.com บน Apache2 Ubuntu (Linux) หากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 72 | รูปภาพตัวอย่าง

ติดตั้งระบบ Git ของ GitHub.com บน Apache2 Ubuntu (Linux) สำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 73 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง Update Server โดยใช้คำสั่ง apt-get update ดังรูปภาพตัวอย่างด้านบนนี้

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 74 | รูปภาพตัวอย่าง

Update Server เรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย



รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 75 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอกข้อมูล Username และ Password หากสำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

หากล๊อกอินเข้าสู่ระบบ Command Line แล้ว ก็ไม่ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 76 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง apt-add-repository ppa:phalcon/stable เพื่อ ติดตั้ง Phalcon บน Apache2 Ubuntu (Linux) และกดปุ่ม [ENTER]

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 77 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง Update Server โดยใช้คำสั่ง apt-get update ดังรูปภาพตัวอย่างด้านบนนี้

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 78 | รูปภาพตัวอย่าง

Update Server เรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 79 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง apt-get install php5-phalcon เพื่อ ติดตั้ง Phalcon บน Apache2 Ubuntu (Linux) และหากระบบถามว่า [Y/N] ให้เรา พิมพ์ Y และกด [ENTER] เสมอ

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 80 | รูปภาพตัวอย่าง

ติดตั้ง Phalcon บน Apache2 Ubuntu (Linux) เรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 81 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง Restart Web Server 1 ครั้ง โดยใช้คำสั่ง service apache2 restart ดังรูปภาพตัวอย่างด้านบนนี้

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 82 | รูปภาพตัวอย่าง

ทดสอบการติดตั้ง Phalcon โดยกรอก URL เป็น 128.xxx.xxx.8/info.php ของเราลงบน Web Browser และกด Enter

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 83 | รูปภาพตัวอย่าง

กดปุ่ม Ctrl + F เพื่อค้นหาคำว่า phalcon หากติดตั้งสำเร็จ จะแสดงผลดังรูปภาพด้านบนนี้



รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 84 | รูปภาพตัวอย่าง

กรอกข้อมูล Username และ Password หากสำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงข้อความตามตัวอย่างรูปด้านบน ตรงบรรทัดสุดท้าย

หากล๊อกอินเข้าสู่ระบบ Command Line แล้ว ก็ไม่ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 85 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง curl -s http://getcomposer.org/installer | php เพื่อ ติดตั้ง PHP Composer บน Apache2 Ubuntu (Linux) และกดปุ่ม [ENTER]

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพตัวอย่าง

รูปภาพที่ 86 | รูปภาพตัวอย่าง

พิมพ์คำสั่ง mv composer.phar /usr/local/bin/composer เพื่อ Copy ไฟล์ Composer ไปไว้ใน /usr/local/bin/composer และกดปุ่ม [ENTER]




นักแปล / นักเขียน / เรียบเรียง

author

เอกบิณ ใจแก้วมา (แม็ก)

"โปรแกรมเมอร์ตัวเล็ก ๆ" สะสมประสบการณ์ด้านการพัฒนาซอฟแวร์มามากกว่า 11 ปี
# ติดตามผลงานได้ที่ | พบกับเราที่ Google+ | Facebook






Comment